คุณรู้เกี่ยวกับสุขภาพไตมากแค่ไหน?
ไตเป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายมนุษย์ ทำหน้าที่หลากหลาย รวมถึงการกรองเลือด การกำจัดของเสีย การควบคุมสมดุลน้ำและอิเล็กโทรไลต์ การรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่ และการส่งเสริมการสร้างเม็ดเลือดแดง อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกี่ยวกับไตมักตรวจพบได้ยากในระยะเริ่มต้น และเมื่ออาการปรากฏชัด สภาพการณ์อาจรุนแรงมากแล้ว ดังนั้น การเข้าใจถึงความสำคัญของสุขภาพไต และการตรวจพบและป้องกันโรคไตตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
หน้าที่ของไต
ไตตั้งอยู่ทั้งสองข้างของเอว มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วและมีขนาดประมาณกำมือ หน้าที่หลักของไตได้แก่:
- การกรองเลือด:ไตทำหน้าที่กรองเลือดประมาณ 180 ลิตรต่อวัน โดยกำจัดของเสียจากกระบวนการเผาผลาญและน้ำส่วนเกิน และสร้างปัสสาวะเพื่อขับออกจากร่างกาย
- การควบคุมสมดุลของอิเล็กโทรไลต์:ไตมีหน้าที่รักษาความสมดุลของอิเล็กโทรไลต์ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส ในร่างกาย เพื่อให้เส้นประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างปกติ
- การควบคุมความดันโลหิต:ไตมีส่วนช่วยในการรักษาระดับความดันโลหิตให้คงที่ โดยควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือในร่างกาย และหลั่งฮอร์โมนต่างๆ เช่น เรนิน
- กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง: ไตจะหลั่งฮอร์โมนอิริโทรโปเอติน (EPO) ซึ่งกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดงและป้องกันภาวะโลหิตจาง
- รักษาสุขภาพกระดูก: ไตมีส่วนร่วมในการกระตุ้นวิตามินดี ช่วยในการดูดซึมและใช้ประโยชน์จากแคลเซียม และรักษาสุขภาพกระดูก
สัญญาณเริ่มต้นของโรคไต
โรคไตมักไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อโรคดำเนินไป อาการต่อไปนี้อาจปรากฏขึ้น:
- ความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ:ปริมาณปัสสาวะลดลง ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะสีเข้มหรือมีฟอง (โปรตีนในปัสสาวะ)
- อาการบวมน้ำ:อาการบวมที่เปลือกตา ใบหน้า มือ เท้า หรือขา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไตไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินออกไปได้ตามปกติ
- ความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย:การทำงานของไตที่ลดลงอาจนำไปสู่การสะสมของสารพิษและภาวะโลหิตจาง ซึ่งอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้
- เบื่ออาหารและคลื่นไส้:เมื่อการทำงานของไตบกพร่อง การสะสมของสารพิษในร่างกายอาจส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารได้
- ความดันโลหิตสูง:โรคไตและความดันโลหิตสูงมีความสัมพันธ์กันและเป็นสาเหตุซึ่งกันและกัน ความดันโลหิตสูงเรื้อรังสามารถทำลายไตได้ ในขณะที่โรคไตก็อาจทำให้เกิดความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน
- อาการคันผิวหนัง: ระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูงเนื่องจากความผิดปกติของไตอาจทำให้เกิดอาการคันได้
วิธีดูแลสุขภาพไต
- รักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่ดีลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือ น้ำตาล และไขมันสูง และรับประทานผักสด ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสีให้มากขึ้น รับประทานโปรตีนคุณภาพสูงในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และถั่ว
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ:การดื่มน้ำอย่างเพียงพอช่วยให้ไตขับของเสียออกไปได้ แนะนำให้ดื่มน้ำ 1.5-2 ลิตรต่อวัน แต่ปริมาณที่เหมาะสมนั้นต้องปรับให้เข้ากับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
- ควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด:ความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไต และการตรวจวัดและควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
- ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในทางที่ผิด:การใช้ยาบางชนิดในระยะยาว (เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์) อาจทำลายไตได้ และควรใช้ยาอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์
- เลิกสูบบุหรี่และลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจะเพิ่มภาระให้กับไตและทำลายสุขภาพของหลอดเลือด
- การตรวจสุขภาพเป็นประจำ:ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี หรือผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรเข้ารับการตรวจปัสสาวะ ตรวจการทำงานของไต และตรวจวัดความดันโลหิตเป็นประจำ
โรคไตที่พบบ่อย
- โรคไตเรื้อรัง (CKD)การทำงานของไตจะค่อยๆ เสื่อมลง อาจไม่มีอาการใดๆ ในระยะแรก แต่ในระยะหลังอาจจำเป็นต้องฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต
- ภาวะไตวายเฉียบพลัน (AKI):ภาวะการทำงานของไตลดลงอย่างฉับพลัน ซึ่งมักเกิดจากภาวะติดเชื้อรุนแรง ภาวะขาดน้ำ หรือพิษจากยา
- นิ่วในไตแร่ธาตุในปัสสาวะจะตกผลึกและก่อตัวเป็นนิ่ว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงและอุดตันทางเดินปัสสาวะได้
- โรคไตอักเสบภาวะไตอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อหรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
- โรคไตถุงน้ำหลายถุง: โรคทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดถุงน้ำในไต ส่งผลให้การทำงานของไตเสื่อมลงทีละน้อย
บทสรุป
ไตเป็นอวัยวะที่ทำงานเงียบๆ โรคไตหลายชนิดไม่มีอาการที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น ทำให้มองข้ามได้ง่าย การดูแลสุขภาพไตอย่างมีประสิทธิภาพสามารถทำได้ด้วยการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี การตรวจสุขภาพเป็นประจำ และการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณของปัญหาเกี่ยวกับไต ควรไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้สภาพแย่ลง โปรดจำไว้ว่า สุขภาพไตเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพโดยรวมและสมควรได้รับความเอาใจใส่และการดูแลเป็นพิเศษจากเรา
เบย์เซน เมดิคอลเรามุ่งเน้นที่เทคนิคการวินิจฉัยเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตมาโดยตลอด เราได้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Latex, colloidal gold, Fluorescence Immunochromatographic Assay, Molecular และ Chemiluminescence Immunoassay การทดสอบอย่างรวดเร็วของอัลบ์และ การทดสอบอิมมูโนแอสเซย์อัลบีเพื่อใช้ในการคัดกรองภาวะไตวายระยะเริ่มต้น
วันที่เผยแพร่: 12 สิงหาคม 2568






