หวัดเหรอ? ไม่ใช่แค่หวัดธรรมดา?

โดยทั่วไปแล้ว อาการต่างๆ เช่น มีไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ และคัดจมูก มักถูกเรียกว่า “หวัด” แต่จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุต่างๆ และไม่เหมือนกับหวัดเสียทีเดียว หากจะกล่าวให้ถูกต้อง หวัดคือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบนที่พบบ่อยที่สุด เชื้อก่อโรคหลัก ได้แก่ ไรโนไวรัส (RV) โคโรนาไวรัส ไข้หวัดใหญ่ และพาราอินฟลูเอนซาไวรัส กล่าวโดยสรุป หวัดคือโรคที่จำกัดอยู่เฉพาะในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเป็นหลัก ไวรัสทางเดินหายใจสายพันธุ์ใหม่ๆ เช่น SARS-CoV-20 และสายพันธุ์กลายพันธุ์เดลต้า ก็อาจเป็นสาเหตุของหวัดได้เช่นกัน การติดเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) อะเดโนไวรัส ฮิวแมนเมตาพneumovirus (hMPV) เอนเทอโรไวรัส และไมโคพลาสมาพneumoniae และคลามิเดียพneumoniae ก็สามารถทำให้เกิดอาการคล้ายหวัดได้เช่นกัน

อาการทางคลินิกใดบ้างที่สามารถใช้ในการวินิจฉัยแยกโรคได้?

แนวทางปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคหวัดในผู้ใหญ่ ฉบับปี 2023 ระบุว่า อาการเจ็บคอเฉียบพลัน คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม ไอ หนาวสั่น มีไข้ ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เป็นอาการของคัดจมูกและน้ำมูกไหล ที่สำคัญคือ แนะนำให้พิจารณาการวินิจฉัยว่าเป็นหวัด และแยกแยะโรคกับโรคอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการคัดจมูกและน้ำมูกไหล เช่น โรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบจากแบคทีเรีย ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19

โดยสรุปแล้ว เมื่อมีอาการคล้ายหวัด ควรสงสัยว่าอาจเป็นการติดเชื้อไวรัสในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส การเกิดกลุ่มผู้ป่วย หรือการสัมผัสกับเชื้อไวรัส ส่วนหากมีอาการไอมีเสมหะสีเหลือง จำนวนเม็ดเลือดขาว จำนวนนิวโทรฟิล หรือระดับโปรแคลซิโทนินเพิ่มขึ้น ควรพิจารณาถึงการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดร่วมกัน

บริษัท Baysen Medical มีชุดตรวจวินิจฉัยโรคหวัดแบบรวดเร็วหลายชนิด เช่น...ชุดทดสอบแบบรวดเร็วสำหรับตรวจหาเชื้อโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่/AB,ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองที่บ้าน,ชุดทดสอบ MP-IGM แบบรวดเร็วฯลฯ ยินดีติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ

 

 


วันที่เผยแพร่: 14 ตุลาคม 2567